สารบัญ
Toggleกลยุทธ์การต่อรอง : ได้ใจลูกค้า แถมรักษาผลประโยชน์ของคุณ
การต่อรองเป็นศิลปะสำคัญสำหรับการขาย โดยเฉพาะในโลกธุรกิจ B2B ที่ความสัมพันธ์ระยะยาวมีค่ามากกว่าการปิดดีลในครั้งเดียว การใช้ กลยุทธ์การต่อรอง อย่างมีชั้นเชิงจะช่วยให้คุณรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจ ขณะเดียวกันก็สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ซึ่งช่วยสร้างความไว้วางใจในระยะยาว
ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงกลยุทธ์การต่อรองที่คุณสามารถนำไปปรับใช้เพื่อสร้างดีลที่เป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยมี ระบบ CRM และ กลยุทธ์การขาย เป็นหัวใจสำคัญ
ทำไมการต่อรองที่ดีจึงสำคัญในกระบวนการขาย?
การต่อรองไม่ได้หมายถึงการ “ยอม” หรือ “เสียเปรียบ” แต่เป็นการสร้างข้อตกลงที่ทำให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่าได้รับสิ่งที่ต้องการ สำหรับทีมขายที่ใช้ ระบบ CRM (Customer Relationship Management) การต่อรองที่ดีจะช่วยเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเพิ่มโอกาสในการขายครั้งต่อไป
ระบบ CRM ช่วยจัดการข้อมูลลูกค้า เช่น ประวัติการซื้อ ความต้องการ และพฤติกรรม ทำให้ทีมขายสามารถวิเคราะห์และเสนอข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้าได้มากขึ้น การใช้ข้อมูลจากระบบ CRM จะช่วยให้การต่อรองของคุณแม่นยำและมีโอกาสปิดดีลได้สูงขึ้น
5 กลยุทธ์การต่อรองที่สร้างความพึงพอใจและรักษาผลประโยชน์ของคุณ
1. ฟังและเข้าใจความต้องการของลูกค้า
การฟังเป็นก้าวแรกของการต่อรองที่ดี ใช้ข้อมูลจากระบบ CRM เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพสินค้า ราคา หรือบริการหลังการขาย ยิ่งคุณเข้าใจลูกค้ามากเท่าไร การต่อรองจะยิ่งง่ายขึ้น
ตัวอย่าง: หากลูกค้าสนใจเรื่องราคา ให้คุณเน้นอธิบายคุณค่าที่พวกเขาจะได้รับ เช่น การประหยัดต้นทุนในระยะยาว หรือบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะทาง
2. เสนอทางเลือกที่เป็น Win-Win
แทนที่จะลดราคาทันที ลองสร้างข้อเสนอที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับความคุ้มค่า เช่น การเพิ่มบริการเสริม การจัดส่งฟรี หรือการฝึกอบรมใช้งานสินค้า
ตัวอย่าง: ลูกค้าอาจต่อรองขอส่วนลด 10% แต่คุณสามารถเสนอเป็นส่วนลด 5% พร้อมการติดตั้งฟรีหรือการสนับสนุนหลังการขายเพิ่มเติม
3. ใช้ข้อมูลเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ
ระบบ CRM ช่วยให้คุณมีข้อมูลสนับสนุน เช่น ความสำเร็จของลูกค้ารายอื่น หรือข้อมูลสถิติที่แสดงผลลัพธ์จากสินค้าหรือบริการของคุณ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าและลดการเจรจาต่อรองที่ไม่จำเป็น
ตัวอย่าง: “ลูกค้าของเราอีก 90% เลือกแพ็กเกจนี้เพราะช่วยเพิ่มยอดขายได้ถึง 25% ใน 6 เดือนแรก”
4 .สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
การต่อรองที่ดีที่สุดคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขา “ไม่ถูกบีบ” ใช้คำพูดที่แสดงถึงความพร้อมในการช่วยเหลือ เช่น “ถ้าคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เรายินดีปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมที่สุด”
ตัวอย่าง: หลีกเลี่ยงการเร่งรัดลูกค้าตัดสินใจในทันที แต่เสนอตัวช่วย เช่น การจัดทำเอกสารเปรียบเทียบเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นคุณค่าอย่างชัดเจน
5. ปิดดีลด้วยความมั่นใจและสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่อง
หลังการต่อรอง สำคัญมากที่คุณต้องยืนยันข้อสรุปและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง ระบบ CRM ช่วยติดตามและส่งมอบบริการหลังการขายเพื่อรักษาความสัมพันธ์
ตัวอย่าง: ใช้ฟีเจอร์ Reminder ในระบบ CRM เพื่อติดตามผลหลังการขาย เช่น การส่งอีเมลขอบคุณ หรือการติดตามปัญหาหลังใช้งาน
ประโยชน์ของการใช้ระบบ CRM ในการต่อรองและการขาย
1. ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าได้ครบถ้วน และพร้อมใช้งาน
ด้วย JUBILI ระบบ CRM คุณสามารถจัดเก็บข้อมูลลูกค้าได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นประวัติการติดต่อ ข้อมูลความต้องการ หรือสถานะของดีล ทำให้ทีมขายเข้าใจลูกค้าได้ในเชิงลึกยิ่งขึ้น และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีจากแพลตฟอร์มเดียว
2. เพิ่มโอกาสปิดการขายด้วยข้อมูลเชิงลึก
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นของ JUBILI ระบบ CRM คือความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลและแสดงผลแบบเรียลไทม์ เช่น การติดตามความคืบหน้าของดีล และการใช้ข้อมูลเพื่อปรับเปลี่ยนข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละสถานการณ์ เพิ่มความแม่นยำและโอกาสในการปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. สร้างความไว้วางใจผ่านการตอบโจทย์ในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว
JUBILI ระบบ CRM ช่วยให้ทีมขายสามารถจดจำและตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการแจ้งเตือนและการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่แข็งแกร่ง
4. ติดตามผลและปรับปรุงกลยุทธ์การขายได้ง่าย
JUBILI ระบบ CRM มีเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ผลลัพธ์ของการขาย เช่น การแสดงสถิติของดีลที่ประสบความสำเร็จหรือไม่สำเร็จ และการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าในอดีต ทำให้คุณสามารถปรับปรุงกลยุทธ์การขายและการต่อรองในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สรุป
การต่อรองไม่ใช่แค่การปิดดีล แต่คือการสร้าง “คุณค่า” และความไว้วางใจ การใช้ กลยุทธ์การขาย ที่มีข้อมูลจาก ระบบ CRM ช่วยเพิ่มโอกาสในการต่อรองอย่างประสบความสำเร็จ คุณสามารถสร้างบรรยากาศ Win-Win ที่ทั้งคุณและลูกค้ารู้สึกดีในทุกๆ ดีล
ลองนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้ดู แล้วคุณจะพบว่าการต่อรองที่ดีไม่ได้ยากอย่างที่คิด!

JUBILI CRM – B2B Sales Transformation สนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ
JUBILI CRM มาพร้อม Features การติดตาม และบริหารงานขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sales Forecast การคาดการณ์ยอดขาย หรือการดึง History Data ข้อมูลกิจกรรมงานขายออกมาในรูปแบบของรายงาน Report เพื่อวิเคราะห์วางแผนงานขายต่อไป สนใจอ่านรายละเอียด และนัด Demo ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยค่ะ

