การใช้ระบบ CRM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายผ่าน Storyline Canvas - JUBILI ระบบ CRM บริหารทีมขายและความสัมพันธ์ลูกค้าสำหรับธุรกิจ B2B

การใช้ระบบ CRM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายผ่าน Storyline Canvas

การใช้ระบบ CRM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายผ่าน Storyline Canvas

ในยุคที่การขายกลายเป็นการแข่งขันที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ธุรกิจจึงต้องหาวิธีในการจัดการและปรับปรุงกระบวนการขายให้มีประสิทธิภาพที่สุด หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงคือการใช้ ระบบ CRM (Customer Relationship Management) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อเพิ่มยอดขาย CRM software จึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยจัดการลูกค้า นอกจากนี้การวางแผนการเล่าเรื่องที่ชัดเจนผ่าน Storyline Canvas ยังสามารถทำให้กระบวนการสื่อสารและการขายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ในบทความนี้เราจะสำรวจว่า ระบบ CRM และ Storyline Canvas สามารถผสานกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายได้อย่างไร รวมถึงวิธีการใช้ CRM management ในการจัดการลูกค้าและพัฒนาความสัมพันธ์กับพวกเขา 

ระบบ CRM คืออะไร และทำไมจึงสำคัญกับการขาย?

ระบบ CRM (Customer Relationship Management) คือเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามและจัดการข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่ถูกบันทึกใน CRM software รวมถึงประวัติการซื้อขาย การสนทนา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของลูกค้า สิ่งนี้ช่วยให้ทีมขายสามารถเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งมากขึ้น และสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า 

การใช้ CRM management ยังช่วยให้ทีมขายสามารถสร้างการเชื่อมต่อที่มีคุณภาพกับลูกค้า ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวในการเพิ่มยอดขายและความพึงพอใจของลูกค้า ด้วยการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในทุกขั้นตอนของการขาย ทีมขายสามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

องค์ประกอบของ Storyline Canvas ในการนำเสนอการขายผ่านระบบ CRM

การเล่าเรื่องเป็นวิธีที่ทรงพลังในการเชื่อมโยงกับลูกค้า และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้ Storyline Canvas เป็นเครื่องมือในการสร้างเรื่องราวเพื่อการนำเสนอการขาย เราสามารถจัดการและวางแผนการเล่าเรื่องให้เป็นระเบียบและมีความน่าสนใจ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบดังต่อไปนี้: 

1. Audience (กลุ่มเป้าหมาย) 

เมื่อเริ่มสร้างเรื่องราว การเข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณคือใครเป็นสิ่งสำคัญ CRM software ช่วยให้ทีมขายสามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจว่าลูกค้าคือใคร ต้องการอะไร และมีปัญหาอย่างไร การสร้างเรื่องราวที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มจะช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากขึ้น 

2. Outcome (ผลลัพธ์ที่ต้องการ) 

การตั้งผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นเป็นการระบุเป้าหมายของการนำเสนอ เช่น ต้องการให้ลูกค้าทำอะไรหลังจากฟังเรื่องราวนี้ โดยการใช้ CRM management คุณสามารถกำหนดเป้าหมายการขายที่ชัดเจน เช่น การปิดการขาย การนำเสนอโปรโมชัน หรือการส่งเสริมการทดลองใช้สินค้า 

3. Problem (ปัญหา) 

การเข้าใจปัญหาของลูกค้าเป็นหัวใจของการเล่าเรื่อง หากคุณสามารถนำเสนอวิธีที่สินค้าหรือบริการของคุณสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ คุณจะสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบ CRM ช่วยให้คุณเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาและความต้องการของลูกค้าในทุกๆ การสนทนาและการติดต่อ ซึ่งจะช่วยให้ทีมขายสามารถระบุและสื่อสารปัญหาเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน 

4. Effect (ผลกระทบ) 

การระบุถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหากลูกค้าไม่แก้ไขปัญหานั้นๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน การเน้นย้ำถึงผลเสียหรือความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจะกระตุ้นให้ลูกค้ารู้สึกว่าจำเป็นต้องหาทางแก้ไขปัญหานั้นอย่างรวดเร็ว CRM software ช่วยให้ทีมขายสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของลูกค้าได้ ทำให้คุณสามารถคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า 

5. Solution (ทางแก้ไข) 

การนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มยอดขาย ระบบ CRM ช่วยให้ทีมขายสามารถนำเสนอโซลูชันที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยใช้ข้อมูลจากประวัติการซื้อและพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ปัญหาของลูกค้าได้ดีที่สุด 

6. Benefits (ประโยชน์) 

หลังจากนำเสนอโซลูชันแล้ว ควรสื่อถึงประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ เช่น ประหยัดเวลา ลดต้นทุน หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน CRM software ช่วยให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลและระบุได้ว่าลูกค้าของคุณจะได้รับประโยชน์อย่างไรจากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณนำเสนอ 

7. Detail (รายละเอียด) 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันหรือผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น CRM management ช่วยให้คุณสามารถดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการนำเสนอ เช่น ข้อมูลทางเทคนิค รายละเอียดการใช้งาน หรือบทวิจารณ์จากลูกค้าที่เคยใช้งานจริง 

8. Call to action หรือ Recep (การเรียกร้องให้ลงมือทำ) 

สุดท้าย การสื่อสารถึงขั้นตอนถัดไป เช่น การลงทะเบียน การทดลองใช้ หรือการนัดหมาย จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าลงมือทำ CRM software ยังช่วยให้ทีมขายสามารถติดตามสถานะของการขายและสร้างแผนการติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะไม่หลุดไปในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการ 

ประโยชน์ของการผสานการใช้งานระบบ CRM และ Storyline Canvas

การนำ Storyline Canvas มาผสานกับ CRM software มีประโยชน์หลายประการในการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย เช่น: 

  1. เพิ่มความเข้าใจในลูกค้า: ด้วยข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่าน CRM software คุณจะสามารถสร้างเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น 
  2. ปรับปรุงกระบวนการขาย: การใช้ CRM management ช่วยให้คุณติดตามการสื่อสารและข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้การนำเสนอมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
  3. เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย: ด้วยเรื่องราวที่ชัดเจนและการนำเสนอที่เน้นถึงประโยชน์และทางแก้ไขปัญหา คุณจะสามารถเพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น 

สรุป :

การใช้ ระบบ CRM ร่วมกับ Storyline Canvas เป็นการผสานกันระหว่างเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขายและการสื่อสารเรื่องราว การใช้ระบบ CRM management ทำให้คุณเข้าใจลูกค้าได้ลึกซึ้งขึ้น และสามารถสร้างเรื่องราวที่ตรงกับความต้องการและความท้าทายของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ระบบ CRM

JUBILI CRMB2B Sales Transformation สนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ

JUBILI CRM มาพร้อม Features การติดตามและบริหารงานขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sales Forecast การคาดการณ์ยอดขาย หรือการดึง History Data ข้อมูลกิจกรรมงานขายออกมาในรูปแบบของรายงาน Report เพื่อวิเคราะห์วางแผนงานขายต่อไป

สนใจอ่านรายละเอียด และนัด Demo ได้ที่