หลักบริหารงานขาย 101 ฉบับเข้าใจง่าย เริ่มได้ทันที
สตาร์ทต้นปี 2024 เข้าสู่โหมดการขายที่จริงจังขึ้น
ไม่ว่าปีที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ปีนี้มันต้องดีกว่าเดิม !!! กับ หลักบริหารงานขาย 101 ถอดจากทฤษฎีด้านการบริหารงานขายของเหล่ากูรู กับ 4 หลักการใหญ่ๆ ที่คนทำงานด้านการขายควรต้องรู้
หลักบริหารงานขายที่ 1 : Target Setting
หลายคนบอก การตั้งเป้าช่างเป็นเรื่องสุดแสนธรรมดา ที่ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของธุรกิจ ต่างก็ต้องถูกตั้งเป้าด้วยกันทั้งนั้น แต่ช้าก่อน!!! ถ้าไม่นับว่า จริงๆแล้วยังมีอีกหลายธุรกิจ หลายตำแหน่งงาน ที่ยังไม่มีเป้า ขอแค่ทำให้ดีที่สุดแล้วแก้ปัญหาเป็นวันๆไป หลายธุรกิจมีการตั้งเป้าหมายผิดวิธี ไม่ชัดเจน ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ส่วนนี้ไม่ใช่จะกระทบเพียงแค่เป้ายอดขายแต่เพียงเท่านั้น แต่กระทบไปถึงขั้นตอนการทำงาน งบประมาณการขายและการตลาด ระบบบัญชีและการเงิน รวมไปถึงกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่ต้องแบกรับเป้าหมายนั้นๆ
ดังนั้นแล้ว ก่อนจะเริ่มขาย ควรทบทวนตัวเลขเป้ายอดขายให้ถี่ถ้วนเสียก่อน โดยใช้ History Data หรือข้อมูลยอดขายในปีที่ผ่านๆมา เทียบสภาพตลาด ปริมาณความต้องการของลูกค้า ภาวะการแข่งขัน และที่ขาดไม่ได้คือ Capacity หรือศักยภาพทั้งในการขาย การบริการหลังการขาย และการผลิต ที่ควรจะต้องสอดคล้องกับยอดขายด้วย จึงจะออกมาเป็นตัวเลขที่ทั้งองค์กร เห็นพ้องต้องกัน และมองเห็นความเป็นไปได้ในการจะพิชิตให้ถึงเป้าหมาย
ทีมขายสามารถตั้งเป้าหมายง่ายๆผ่านหลักการ SMART Goals
S – Specific: เป้าหมายนั้นจะต้องมีความเจาะจงและมีขอบเขตที่แน่นอน
M – Measurable: เป้าหมายที่ตั้งออกมานั้นจะต้องสามารถวัดผลได้ผ่านหลักฐานหรือตัวเลขต่างๆ
A – Achievable: เป้าหมายที่ตั้งไว้ต้องเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันและอยู่ภายใต้ระยะเวลาที่พอเหมาะ
R – Relevant: เป้าหมายจะต้องมีความสมเหตุสมผล สามารถเชื่อมโยงไปถึงอนาคต
T – Time-based: เป้าหมายที่กำหนดไว้จะต้องอยู่ภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจนและเหมาะสม
ตัวอย่าง SMART Goals สำหรับธุรกิจ B2B เช่น บริษัทขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ต้องการเพิ่มยอดขาย 10,000,000 บาท ภายใน 3 เดือน ตั้งแต่ เดือนตุลาคม ถึง เดือนธันวาคม จากการขยายทีมขาย
Specific : เป้าหมายคือต้องการยอดขาย
Measurable : จะทำยอดขาย 10,000,000 บาท ภายใน 3 เดือน
Attainable : ยอดขาย 10,000,000 บาท มาจากการขยายทีมขาย 2 เท่า
Relevant : วางแผนงานขาย กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และจัดระบบการวิ่งงานของทีมขาย
Time bound : ระยะเวลา ตั้งแต่ ตุลาคม ถึง ธันวาคม รวมทั้งหมด 3 เดือน
หลักบริหารงานขายที่ 2 : Sales Performance & Sales Activity Tracking
“ จริงที่ว่า จุดหมายนั้นสำคัญ…แต่เรื่องราวระหว่างทาง ก็สำคัญไม่แพ้กัน ”
นอกจากจะวัดผลด้านยอดขาย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักแล้ว ผู้บริหารงานขายควรจะต้องติดตามและวัดผลในรายละเอียดกระบวนการทำงานด้วย เพื่อจะสามารถนำข้อมูลเหล่านั้น มาประกอบกับตัวเลขผลการขาย เพื่อเข้าสู่การวิเคราะห์ ปรับปรุง พัฒนา กระบวนการงานขาย
เช่น Sales Script ที่เซลล์ใช้นำเสนอสินค้าให้ลูกค้าฟัง ความสม่ำเสมอในการติดต่อหรือเข้าพบลูกค้า การออกใบเสนอราคาและการต่อรองราคาจากลูกค้า จนไปถึงระยะเวลาที่เซลล์ใช้ ตั้งแต่ลูกค้าเกิดสนใจ เข้าไปเสนอขาย ไปถึงการปิดการขาย เพื่อผู้บริหารงานขาย จะได้สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาวิธีการที่ดีขึ้น หรือแก้ปัญหาได้ตรงจุด และรวดเร็ว
ผู้บริหาร และหัวหน้าทีมสามารถเข้าไปดูรายละเอียดงานขายของทีมได้ง่ายๆ ผ่าน JUBILI CRM ในหัวข้อ Activity History โดยสามารถเข้าไปดูการ Update Activity ของทีมขายได้แบบ Real-Time พร้อม Chat/Comment กลับหาทีมเพื่อสื่อสารและแก้ไขปัญหาได้ทันที
หลักบริหารงานขายที่ 3 : Sales Forecast
ต่อเนื่องจากหลักบริหารงานขายที่ 2 เมื่อผู้บริหารงานขายมองเห็นว่า ตัวเลขยอดขายที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต (อันใกล้) จะไปไม่ถึงเป้าหมายแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นในระหว่างเดือน หรือระหว่างปี การใช้กลยุทธ์เพื่อปรับเปลี่ยน แก้ไขปัญหาเหล่านั้น จะสามารถทำได้ทันท่วงทีหรือล่วงหน้า ก่อนที่เป้ายอดขายที่เคยตั้งไว้ จะกลายเป็นเพียงความฝันที่ไม่มีวันไปถึง
ผู้บริหาร สามารถใช้ Feature อย่าง Sales Forecast ใน JUBILI CRM เพื่อวัดโอกาสการปิดการขายของแต่ละเดือนได้ โดยระบบจะช่วยเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ บริษัทสามารถรู้ได้เลยว่าหากยังคงทำกิจกรรมเดิมอยู่จะสามารถไปถึงเป้าที่ตั้งไว้หรือไม่
หลักบริหารงานขายที่ 4 : Customer Relation Management (CRM)
ถ้าเปรียบธุรกิจเป็นร้านอาหาร ที่มีทั้งการตลาดและคนเชียร์ให้ลูกค้าเข้ามาทานที่ร้านอย่างดี และอาหารหรือสินค้านั้น ก็มั่นใจได้ในคุณภาพ แต่แล้ว การบริการลูกค้ากลับไม่ดี ขาดความสนใจ ใส่ใจ ในลูกค้า ก็อาจยากที่จะกลับมาทานอาหารที่ร้านซ้ำ หรือเมื่อมีร้านคู่แข่งที่เสนอสินค้าแบบเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ลูกค้าก็พร้อมจะเปิดใจและเปลี่ยนใจจากเราได้ในทันที ข้อแตกต่างที่จะเห็นได้ชัดๆเลยก็คือ ธุรกิจที่ต้องอาศัยการใช้งบประมาณด้านการขายและการตลาดสูงๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะได้ลูกค้า ในระยะยาวแล้ว ย่อมไม่สามารถสู้กับธุรกิจที่มีระบบ CRM หรือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ดีและต่อเนื่องได้เลย
หากธุรกิจหรือผู้บริหารงานขายใด แค่ทำได้ทั้ง 4 ข้อนี้เป็นอย่างดี ก็รับรองไปได้กว่า 80% ว่าจะพิชิตไปถึงเป้าหมายที่คาดหวังไว้ในปีนี้อย่างแน่นอน
JUBILI CRM เป็นระบบรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า และบริหารทีมขาย สำหรับธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ ที่กว่า 400 องค์กรให้การยอมรับ และใช้งานกว่า 5,000 Users เป็นเครื่องมือ support ทีมขายชิ้นสำคัญที่องค์กรขาดไปไม่ได้

JUBILI CRM – B2B Sales Transformation สนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ
JUBILI CRM มาพร้อม Features การติดตามและบริหารงานขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sales Forecast การคาดการณ์ยอดขาย หรือการดึง History Data ข้อมูลกิจกรรมงานขายออกมาในรูปแบบของรายงาน Report เพื่อวิเคราะห์วางแผนงานขายต่อไป
สนใจอ่านรายละเอียด และนัด Demo ได้ที่ >>> https://bit.ly/3OIuuWm

