รวมเทรนด์การขายในปี 2025: กลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ที่นักขายทุกคนต้องรู้ - JUBILI ระบบ CRM บริหารทีมขายและความสัมพันธ์ลูกค้าสำหรับธุรกิจ B2B

รวมเทรนด์การขายในปี 2025: กลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ที่นักขายทุกคนต้องรู้

ระบบ crm

รวมเทรนด์การขายในปี 2025: กลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่ที่นักขายทุกคนต้องรู้

ในปี 2025 ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล ระบบ CRM จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในบทความนี้ ราจะพาคุณไปสำรวจแนวโน้มการขายที่สำคัญในปี 2025 และวิธีการนำ ระบบ CRM มาใช้เพื่อปฏิวัติกลยุทธ์การขายของคุณ 

1. AI และระบบอัตโนมัติเปลี่ยนโฉมกระบวนการขาย

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบอัตโนมัติไม่ได้เป็นตัวเลือกเสริมอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับทีมขายยุคใหม่ ภายในปี 2025 ธุรกิจจำนวนมากจะผสานเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ทำนายพฤติกรรมการซื้อ และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการขาย เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ทีมขายสามารถ: 

  • ทำงานซ้ำ ๆ เช่น การป้อนข้อมูลและการจัดลำดับความสำคัญของลูกค้าได้โดยอัตโนมัติ 
  • มอบข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ได้จริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้า 
  • ปรับแต่งการโต้ตอบกับลูกค้าให้เป็นส่วนตัว 

ตัวอย่างเช่น การใช้ระบบ CRM ที่มีความสามารถด้าน AI ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ยอดขายและปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนแปลงลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น 

2. การขายแบบเฉพาะบุคคลขั้นสูง (Hyper-Personalization)

ผู้บริโภคคาดหวังประสบการณ์ที่ปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการเฉพาะของตนเอง ในปี 2025 การขายแบบเฉพาะบุคคลขั้นสูงจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับธุรกิจที่ต้องการโดดเด่น การใช้ระบบ CRM ช่วยให้ทีมขายสามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลได้ ทำให้สามารถ: 

  • สร้างอีเมลและข้อความที่เฉพาะเจาะจงกับลูกค้า 
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ตามการโต้ตอบก่อนหน้านี้ 
  • แก้ปัญหาของลูกค้าด้วยโซลูชันที่ปรับแต่งได้ 

ทีมขายที่ลงทุนในการทำความเข้าใจลูกค้าในระดับลึกจะได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมาก 

3. การขายระยะไกลกลายเป็นมาตรฐาน

การเปลี่ยนไปสู่การทำงานระยะไกลได้เปลี่ยนวิธีการขายอย่างสิ้นเชิง ภายในปี 2025 การขายแบบเสมือนจริงจะกลายเป็นสิ่งปกติ โดยมีการใช้การประชุมทางวิดีโอ การสาธิตสด และเครื่องมือการทำงานร่วมกันทางดิจิทัลอย่างแพร่หลาย ระบบ CRM ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการจัดการทีมขายระยะไกล เนื่องจากสามารถ: 

  • ติดตามการโต้ตอบกับลูกค้าผ่านหลายช่องทาง 
  • ให้การอัปเดตแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับกิจกรรมการขาย 
  • อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นระหว่างสมาชิกในทีม 

ธุรกิจที่ยอมรับการขายระยะไกลจะลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขึ้น 

4. การขายผ่านโซเชียลมีเดียเพิ่มความสำคัญ

โซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย ภายในปี 2025 การขายผ่านโซเชียลมีเดียจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และเพิ่มยอดขาย ทีมขายสามารถใช้แพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn, Instagram และ Facebookเพื่อ: 

  • เชื่อมต่อกับลูกค้าที่เป็นไปได้ 
  • แบ่งปันเนื้อหาที่มีคุณค่าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 
  • มีส่วนร่วมในบทสนทนาที่มีความหมายซึ่งช่วยกระตุ้นความสนใจของลูกค้า 

การผสานระบบ CRM เข้ากับการวิเคราะห์โซเชียลมีเดียช่วยติดตามการมีส่วนร่วมและวัดความสำเร็จของการขายผ่านโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

5. กลยุทธ์การขายที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การขายที่มีประสิทธิภาพ ในปี 2025 ทีมขายจะพึ่งพาการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างหนักเพื่อการตัดสินใจที่มีข้อมูลสนับสนุน ระบบ CRM ที่ทรงพลังสามารถ

  • รวบรวมข้อมูลจากหลายจุดสัมผัส 
  • ระบุแนวโน้มและโอกาส 
  • มอบข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ปรับปรุงกลยุทธ์การขายได้ 

ด้วยแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ธุรกิจสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความสำคัญกับลูกค้าที่มีมูลค่าสูง และบรรลุผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น 

6. ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรม

ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมทางธุรกิจมากขึ้น ภายในปี 2025 บริษัทที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าเหล่านี้ในกลยุทธ์การขายจะได้รับความไว้วางใจและความภักดีจากลูกค้า ทีมขายควร

  • เน้นย้ำถึงความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์หรือบริการของตน 
  • ใช้เครื่องมือ CRM ในการสื่อสารถึงความมุ่งมั่นต่อจริยธรรมของแบรนด์ 
  • ปรับแต่งการขายให้สอดคล้องกับค่านิยมและความกังวลของลูกค้า 

7. กลยุทธ์การขายที่เน้นมือถือเป็นหลัก

เมื่อการใช้มือถือยังคงเพิ่มขึ้น ทีมขายจำเป็นต้องใช้วิธีการที่เน้นมือถือเป็นศูนย์กลาง ภายในปี 2025 ระบบ CRM ที่ปรับแต่งสำหรับมือถือจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยมีคุณสมบัติเช่น

  • การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ทุกที่ 
  • การแจ้งเตือนผ่านมือถือสำหรับการติดตามลูกค้า 
  • การผสานรวมที่ไร้รอยต่อกับแอปพลิเคชันการขายบนมือถือ 

กลยุทธ์ที่เป็นมิตรต่อมือถือช่วยให้ทีมขายมีประสิทธิภาพและตอบสนองได้ดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม 

8. การผสาน AI ด้านเสียงและการสนทนา

เทคโนโลยีเสียงและ AI ด้านการสนทนา เช่น แชทบอทและผู้ช่วยเสมือน กำลังเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจโต้ตอบกับลูกค้า ภายในปี 2025 เครื่องมือเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการขาย โดยช่วยใน: 

  • การคัดกรองลูกค้าผ่านการสนทนาอัตโนมัติ 
  • การกำหนดเวลาการประชุมและการแจ้งเตือน 
  • การให้การสนับสนุนลูกค้าในทันที 

ระบบ CRM ที่มีความสามารถด้าน AI ด้านการสนทนาช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าและปรับปรุงการดำเนินงาน 

9. ให้ความสำคัญกับการรักษาลูกค้า

การรักษาลูกค้าเดิมมีต้นทุนต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่มาก ภายในปี 2025 ธุรกิจจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การรักษาลูกค้าโดยใช้ระบบ CRM เพื่อ

  • ตรวจสอบระดับความพึงพอใจของลูกค้า 
  • ระบุโอกาสในการขายเพิ่มเติมหรือขายพ่วง 
  • ทำการติดตามและจัดแคมเปญสร้างความภักดีโดยอัตโนมัติ 

ฐานลูกค้าที่ภักดีไม่เพียงรับประกันรายได้ที่มั่นคง แต่ยังช่วยสร้างการบอกต่อแบบปากต่อปากอีกด้วย 

10. การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะทีมขาย

การเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มการขายอย่างรวดเร็วทำให้จำเป็นต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2025 ธุรกิจต้องลงทุนในโปรแกรมการฝึกอบรมเพื่อให้ทีมขายมี

  • ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ 
  • ทักษะด้านอารมณ์สำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย 
  • ความเข้าใจในความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนไป 

ระบบ CRM สามารถสนับสนุนการฝึกอบรมโดยการให้การวิเคราะห์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของทีมและระบุจุดที่ต้องปรับปรุง 

ภาพรวมของการขายในปี 2025 จะเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การมุ่งเน้นลูกค้า และการปรับตัวอย่างรวดเร็ว ธุรกิจที่ต้องการความสามารถในการแข่งขันจะต้องยอมรับแนวโน้มเหล่านี้และเลือกลงทุนในระบบ CRM ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับแต่งการดำเนินการ และตัดสินใจจากข้อมูล ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่แม่นยำในการเพิ่มยอดขาย และสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้า 

ก้าวล้ำหน้า และวางแผนกลยุทธ์การขายในอนาคตด้วยเครื่องมือ และข้อมูลเชิงลึกที่เหมาะสม ใช้พลังของ CRM และชมความสำเร็จของธุรกิจในปี 2025 และปีต่อไป!

ระบบ CRM

JUBILI CRMB2B Sales Transformation สนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของทีมขาย เพื่อธุรกิจ B2B โดยเฉพาะ

JUBILI CRM มาพร้อม Features การติดตาม และบริหารงานขายอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Sales Forecast การคาดการณ์ยอดขาย หรือการดึง History Data ข้อมูลกิจกรรมงานขายออกมาในรูปแบบของรายงาน Report เพื่อวิเคราะห์วางแผนงานขายต่อไป  สนใจอ่านรายละเอียด และนัด Demo ได้ที่ลิ้งด้านล่างนี้เลยค่ะ